Archive for the ‘shareidea’ Category

wacom intuos 3 กับปัญหาเหลือเชื่อ

ไม่น่าเชื่อว่าใช้ intuos 3 กะโน๊ตบุ๊ค dell M90 มาตั้งนานเพิ่งจะเจอปัญหาว่าเวลาเอาปากกามาจ่อไว้บนกระดานเพื่อจะเตรียมเขียน ปรากฏว่า cursor มันสั่นดิ๊กๆ เลย ลง driver ใหม่ก้อแล้ว update driver ก้อแล้วใช้ไปซักพักก็เจออาการเดิม ก็เลยต้องค้นหาความจริงกันหน่อย ก็พึ่ง google เจ้าเดิมในการหาข้อมูลว่ามีใครในโลกนี้ใช้ intuos 3 แล้วมีอาการสั่นของ cursor แบบนี้มั่ง เนี่ยะ สั่นจนเขียนเส้นตรงไม่ได้เลย

หลังจากลองหามา 2 วัน ก็พบว่ามีฝรั่งคนนึงเค้าก็เจอปัญหาคล้ายๆกันแล้วก็แก้ปํญหาไม่ได้ แต่มีข้อน่าสังเกตุอย่างนึงที่ผมลองด้วยตัวเองคือ เครื่องที่เป็นปัญหานั้นจะรัน win7 แต่ถ้าเอา intuos 3 ไปต่อกับเครื่อง macintosh ปรากฏว่าไม่เป็นไร ก็เลยเดาว่าจ่าจะเป็นเรื่องของ driver กับตัว windows 7 แต่อย่างที่บอกก็ยังสรุปไม่ได้ และในเวบของอีตาฝรั่งที่เขียนโพสไว้ดันมีคนมาตอบครับว่าเป็นปัญหาของจอภาพ เอ้าาา ว่าไปนั่นเกี่่ยวกันได้ไงฟ่ะ เขาบอกว่าเนื่องจากการเซ็ตค่า refresh rate ของจอภาพนั้นมันไม่ compatible กัน ซึ่งอาจจะแก้ได้โดยการเปลี่ยน refresh rate ของจอภาพ หรือไม่ก็ลองเอาตัว intuos 3 นั้นห่างออกจากหน้าจอก็จะดีขึ้น

เชื่อไม๊ครับทีแรกที่อ่านก็ต้องนึกในใจว่ามันจะเป็นไปได้ไงฟ่ะ อย่างงี้ต้องลอง เลยลองปรับ refresh rate ดูก่อน ก็ดีขึ้นนิดนึง แต่พอเอาตัว intuos 3 ห่างออกจากจอเท่านั้นแหละ หายยยเป็นปลิดทิ้ง เหลือเชื่อจริงๆ เลยกลับมาตั้งข้อสงสัยว่าเมื่อก่อนใช้ก็ไม่เป็นปัญหานี่นา แต่นั่นมันใช้กับ windows xp แต่พอเปลี่ยนมาเป็น win7 ก็เลยเจออาการนี้ หรืออาจจะเป็นตัวบอกเหตุว่าจอภาพกำลังจะเสียหรือเปล่า เพราะจอเคยเสียมาทีนึงแล้ว งั้นก็จะค่อยเฝ้าอาการหน้าจอต่อไปละกันว่าถ้าอนาคตจอเสียจริงแสดงว่า การที่ cursor ของ intuos 3 มันสั่นนั้นอาจจะเพราะจอกำลังจะพัง เฮ้อ ฟังแล้วมันเกี่ยวกันไม๊เนี่ยะ แต่เอาเป็นว่า เอาไว้เป็นข้อมูลให้ใครที่เจอปัญหาแบบนี้ก็แก้ตามที่บอกไปพลางๆก่อนละกัน

update ล่าสุด : พอดีได้เปิดตัว windows update แล้วมันมี option ให้เราเลือก update เกี่ยวกับ wacom mouse monitorเลยลอง update ดู คราวนี้ได้ผลแฮะ ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติสุขดังเดิม happy ending สรุปว่าเป็นที่ windows 7 นะคร๊าบบบบ

16 July 2010

กลับมา update กันอีกทีหลังจากได้คุยกับทางSupport ของทาง wacom ก็ปรากฏว่าปัญหาจริงๆแล้วเกิดจากสัญญานรบกวนจาก adapter จ่ายไฟของโน๊ตบุ๊ค ไม่ไปกวนสัญญานของ wacom เพราะพอถอดสาย adapter ออก cursor ก็นิ่งสนิทเลยทำงานปกติดี แต่พอเสียบปุ๊บ สั่นเป็นเจ้าเข้าเลย สรุปว่าเวลาจะใช้ wacom เลยต้องใช้โน๊ตบุ๊คด้วยแบตเตอรี่เลย อ้าววแล้วถ้าแบตหมดทำไงหว่าาาาา เฮ้อ……..กลุ้ม

ขอเขียนถึงเด็กอัจฉริยะที่ชื่อ Emily Bear

Emily Bear เป็นเด็กอายุเพียง 6 ขวบที่สามารถเล่นเปียโนได้อย่างสุดยอดเห็นแล้วอึ้ง เป็นเด็กที่มีพรสววรค์จนคนทั่วไปบอกว่าเธออาจจะเป็น Mozart คนต่อไป เธอเริ่มหัดเล่นเปียโนจากคุณย่าจากนั้นแววความเป็นอัจฉริยะของเด็กคนนี้ก็ค่อยๆปรากฏต่อสายตาผู้คนจนตอนนี้แทบจะเป็นดาราตัวน้อยๆไปแล้ว เธอยังมีความสามารถในการแต่งเพลง โดยเธอแต่งไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,500 เพลง มี Sheet Music เพลงที่เธอแต่งวางขาย ออกอัลบั้มมาแล้วล่าสุดรวม 4 อัลบั้ม คือ ชุดแรก Five Years Wise ชุดที่สอง The love in Us ชุดที่ 3 Always True และชุดล่าสุด Once Upon A Wish ยังไงลองหาฟังกันดู แล้วคุณจะต้องบอกว่า ทึ่งจริงๆ เห็นแล้วจะมีเด็กไทยซักคนเป็นอย่างงี้มั่งป่าวเนี่ย อ้อ ใครที่อยากจะดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Emily Bear ก็มีทั้งเวบไซต์ และ Facebook ด้วยนะ แฟนคลับเยอะเชียวขอบอก งั้นขอจองเป็นแฟน (คลับ) ด้วยคนละอิอิ

เก่งไม่เก่งลองฟังเพลงนี้ดูสิ

แถมยังได้รับรางวัล Noble Awards ตอน 8 ขวบด้วยนะเนี่ยะ เก่งจริงๆหนูน้อยน่าปลื้มใจแทนวงศ์ตระกูลเนอะ

เมื่อกาแฟชั้นยอดกับครีมเทียมชั้นเยี่ยมมาเจอกัน

แหมเขียนหัวข้อซะน่าชงกาแฟมานั่งกินซักแก้วนึงเจงๆ ที่เขียนอย่างนั้นก็เพราะว่าพ่อนักเปียโนแจ๊ส2คนแห่ง youtubeที่มีผู้คนชื่นชอบบนโลกออนไลน์มากได้เดินทางมาโคจรกันและก็ได้มีโอกาสมาเล่นแจมร่วมกัน คนหนึ่งก็คือ lot2learn โพสวีดีโอมาเยอะเชียวแหละ สุดยอดฝีมือเลยแหละเปรียบเป็นเหมือนกับกาแฟชั้นดี กลิ่นหอมหวล จิบเฉยๆไม่ต้องปรุงแต่งใดๆก็สุดยอด กับอีกคนหนึ่ง 7notemode ตาคนนี้ก็เป็นอีกคนที่มีแฟนบน youtube ชื่นชอบเยอะ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบการเล่นของเขามานานแระ เปรียบเสมือนเป็นครีมเทียมที่มีความหอมมัน ดังนั้นเมื่อทั้งกาแฟชั้นดีมาเจอกับครีมเทียมชั้นยอด จึงออกมาเป็นรสชาติกาแฟที่สุดแสนจะบรรยายจริงๆ ไม่เชื่อลองไปชงกาแฟห่วยๆของตัวเองมาซักแก้วแล้วจิบไปนั่งฟังอีตาสองคนนี้เล่นดู แล้วจะรู้สึกว่ากาแฟห่วยๆอร่อยขึ้นมาเลยเชียวแหละ

Social Media ที่จะเปลี่ยนโลกสิ่งพิมพ์

จากคราวก่อนที่พูดถึงเรื่องของพลังแห่ง social media แนวหน้าอย่าง youtube และ vimeo ที่เข้ามามีสส่วนในการเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ โดยใช้ตัวสื่อวีดีโอเข้ามาเป็นตัวช่วยในการนำเสนอ คราวนี้มาพบกับ social media อีกตัวที่ชื่อว่า issuu ที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลกแห่งสิ่งพิมพ์ทั้งหมด จะว่าไปแล้ว issuu อธิบายง่ายๆก็คือเป็นเหมือน youtube เพียงแต่ youtube เอาไว้แชร์วีดีโอ แต่ issuu เอาไว้แชร์เอกสาร หรือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ ไม่ว่าจะสร้างขึ้นจาก microsoft word, page,หรือแม้แต่ ไฟล์ pdf เราเพียงแต่ upload ขึ้นไปบนเวบ issuu จากนั้นเราก็สามารถที่จะนำไปแสดงยังหน้าเวบไซต์หรือ blog ต่างๆได้อย่างสะดวก ทีนี้เราลองนึกดูว่า ประกอบกันกับปัจจุบัน ipad กำลังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะใช้สำหรับการอ่าน ebook หรือ emagazine ซึ่งสามารถพกติดตัวไปไหนมาไหนได้ สามารถอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องแบกหนังสือกองโต หรือไม่ต้องสิ้นเปลืองกระดาษ ทีนี้แหละตัว social media  อย่าง issuu จะทำให้คราวนี้ใครก็สามารถเป็นผู้ผลิตสิ่งพิมพ์ สามารถเขียนหนังสือที่อยากเขียน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่ไหนรับตีพิมพ์รูปเล่ม ไม่ต้องง้อร้านขายหนังสือ และในทางกลับกัน ผู้ที่ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือนิตยสารกลับจะต้องหันมามองรูปแบบในการขายสิ่งพิมพ์ในรูปแบบใหม่นี้แทนรวมถึงพวกแคตาล๊อกสินค้า โบรชัวร์ เอกสารประกอบ คู่มือผลิตภัณฑ์ นิตยสารภายในบริษัท หรือแม้แต่ portfolio เพื่อแสดงผลงานของตัวเอง และในไม่ช้ากับการมาของเทคโนโลยี html5 ซึ่งจะทำให้เวบบราวเซอร์สามารถที่จะแสดงผลภาพเคลื่อนไหวหรือวีดีโอได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องง้อเทคโนโลยี flash สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆก็สามารถที่จะแสดงได้ไม่เพียงแต่บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น บนโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่นๆก็สามารถที่จะเรียกดูสื่อต่างๆได้อย่างครบถ้วน นับ่ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกของสิ่งพิมพ์ไปโดยสิ้นเชิง

เราลองมาดูตัวอย่างของการ post ตัวสิ่งพิมพ์เข้ากับ blog อย่าง worpress ดู

*ต้องขอขอบคุณทางทีมสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล่าธนบุรี ที่เอื้อเฟื้อเอกสารเพื่อใช้ทดสอบ

เห็นช่องทางแบบนี้แล้วคงต้องไปหาเวลามาทำ magazine เป็นของตัวเองซักฉบับถ้าจะดีอยากทำมานานแระ

อนุภาพของ youtube และ vimeo

ในวันนี้ปี 2010 เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่าเวบไซด์ที่เป็น social media อย่าง youtube และ vimeo กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้แต่ละบุคคลสามารถที่จะแสดงศักยภาพของตัวบุคคลนั้นๆออกมาสู่สาธารณะ อีกทั้งยังสามารถทำให้เกิดเป็นอาชีพหรือธุรกิจขั้นมาได้ ดังตัวอย่างเวบของ Carlton forrester หรือ Greyscalgorilla

ซึ่งเป็นคนที่ใช้ youtube หรือ vimeo ในการสร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งถ้าเราเข้าไปดูจะเห็นได้ว่า มีเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดี ถึงดีมาก ดังนั้นเราจะเห็นว่าผรั่งเขาเริ่มใช้วิธีการทำธุรกิจอยู่ที่บ้านกันแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากอีกหลายๆเวบไซต์ ซึ่งก็ต้องอาศัยระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี เท่าที่สังเกต นับว่าก็ต้องอดทนกันพอสมควร แต่อย่างน้อย เวบไซต์ที่กล่าวมา ก็เป็นแรงบันดาลใจในการทำเวบ jmaCHANNEL ขึ้นมา และก็หวังว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าก็จะเป็นเวบไซต์ที่เป็นได้เหมือนอย่างของฝรั่งเขาบ้าง และส่วนตัวก็คิดว่าก็คงมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นช่องทางแบบนี้และอยากที่จะทำธุรกิจออนไลน์แบบนี้บ้างและคงจะมีมากขึ้นมากขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า จากปี 2000-2010 เราได้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตแบบนี้ ก็อดนึกไม่ได้ว่าตั้งแต่ปี 2010-2020 จะมีเทคโนโลยีอะไรอีกที่จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของคนเรา…แต่เอ…หรือว่ามันจะจบลงแค่ปี 2012 อย่างที่เห็นในหนังกันแน่…ก็ต้องรอดูกันต่อไป

Return top