เดี๋ยวนี้เขาเป่า Saxophone กันแบบนี้แล้ว
- June 26th, 2010
- Write comment
ลองหลับตาแล้วเล่นวีดีโอนี้ ใช้หูฟังอย่างเดียวจนจบ แล้วลืมตาขึ้นมาเปิดวีดีโอนี้อีกรอบ จะได้อรรถรถมั่กๆ
ลองหลับตาแล้วเล่นวีดีโอนี้ ใช้หูฟังอย่างเดียวจนจบ แล้วลืมตาขึ้นมาเปิดวีดีโอนี้อีกรอบ จะได้อรรถรถมั่กๆ
พอดีได้ไปเห็นวีดีโอนี้เข้า โดนใจจริงๆ ดูแล้วน่าจะเอาไปเป็นวีดีโอ present ตัว ipad ได้อย่างสบายๆ เชื่อว่าพ่อแม่หลายๆคนถ้าได้ดูแล้วแทบจะอดใจไม่ได้ เฮ้อออ เสียตังค์อีกแระ

ใครที่ใช้ cubae 5 สามารถเข้าไป download ตัว upgrade เป็น 5.5 ฟรี ที่นี่ ส่วนในเวอร์ชั่นนี้มีอะไรใหม่ เดี๋ยวจะหาเอามาให้ชมละกัน
ใครที่ upgrade ไปใช้ wordpress 3.0 แล้วบังเอิญลง plugin ที่ชื่อว่า podcast อาจจะเจอปัญหาไม่สามารถเปิดblogขั้นมาได้โดยจะเจอ error ว่า ” Fatal error: Call to a member function add_rewrite_tag() on a non-object in (editedout by me )…/taxonomy.php on line 289″ ก้อไม่ต้องตกใจ และไม่ต้องไปแก้ไขไฟล์ taxonomy.php บรรทัดที่ 289 ดังกล่าว
วีิธแก้ไข ทำได้ดังนี้
1. ให้ใช้ ftp client เข้าไปที่โฟล์เดอร์ wp-content/plugins
2. ให้ move หรือ download โฟล์เดอร์ podcasting มาไว้ที่เครื่องเรา
3. ให้เข้าเวบตามปกติ
4. ให้ login เข้า wordpress แล้วไปที่หัวข้อ plugin
5. จะเห็นว่ามีแถบเตือนสีแดงด้านบนว่า plugin ที่ชื่อว่า podcasting นั้นหายไป
6. ให้ move หรือ upload โฟล์เดอร์ podcasting กับไปไว้ที่เดิมบน server
แต่ถ้าอยากแก้ให้หายถาวร ให้แก้ไฟล์ที่ server ในโฟล์เดอร์ /plugins/podcasting/podcasting.phpในบรรทัดที่ 15
ตรง
register_taxonomy('podcast_format', 'custom_field');
ให้เพิ่มเป้น
function build_taxonomies() {
register_taxonomy('podcast_format', 'custom_field');
}
add_action( 'init', 'build_taxonomies', 0 );
แล้วกลับไป activate plugin นี้อีกที ก็เป็นอันเรียบร้อยจ้าาา
มาดูเทคนิคที่เห็นแล้วจะต้องทึ่ง อธิบายแบบเข้าใจได้ง่าย แม้ว่าจะไม่เคยรู้เรื่อง joint chain มาก่อน แต่ก่อนที่จะชมขอบอกก่อนว่าไปหากาแฟหรือเครื่องดื่มเย็นๆซักแก้วก่อนนะแล้วค่อยชม เพราะวีดีโอนี้ยาวประมาณ 45 นาทีเลยแหละ เอา..พร้อมแล้วไปดูกันดีกว่า สุดยอดจริงๆ พ่อ Mike the monkey
อันนี้เป็นภาค2จ้า
จากที่โพสคราวที่แล้วเกี่ยวกับเวบของ carlton forrester พอดีก็ได้เข้าไปเห็นว่าเค้าออกรวมผลงานที่เล่นใน youtube กว่า 2ปี ขึ้นมาเป็นอัลบั้ม ประกอบกับชอบผลงานของเขาอยู่แล้วก็เลยอยากสนับสนุน จึงได้สั่งซื้อไปเมื่อวันที่ 22 พค.2553 ที่ผ่านมา และเมื่อวานนี้ cd ก็ได้มาถึงตู้จดหมายหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็ดีใจอยู่เหมือนกันเพราะ carlton forrester ได้ email มาแจ้งให้ทราบเรื่องของการสั่งซื้อ และบอกว่า ผมเป็นคนแรกที่เป็นลูกค้าต่างประเทศที่สั่งซื้อ cd กับเขา แหม ยอกันไปมาจริงๆ เอาเป็นว่าเรามาดูรูปกันหน่อยดีกว่า ว่า package ที่ส่งมาเป็นยังไงบ้าง
CDนั้นถูกแพคมาในซองกันกระแทกธรรมดา ซึ่งเมื่อเปิดออกมาจากรูปจะเห็นว่าตัวกล่องพลาสติดด้านหลังมีรอยแตกเล็กน้อย ก็คงเป็นผลมาจากการส่ง ซึ่งโดยรวมตัวปกนั้นเป็นกระดาษด้านๆ พิมพ์มาพอใช้ได้ (ว่าไปแล้วบ้านเราทำ packaging ได้ดีกว่าเยอะ) ตัวcd ก็เป็นแผ่นปั๊มมี screen หน้าเหมือนกับหน้าปก ภายในแผ่นก็มีทั่งหมด 10 เพลง หลังจากที่ได้ลองเปิดฟังก็ไม่ผิดหวังครับ ระบบเสียง ทำ mixและ mastering มาค่อนข้างดี เสียงเปียโนใสชัด แต่ค่อนข้างเสียงจะแข็งๆอยู่เหมือนกัน เมื่อเปิดเล่นกับเครื่องเล่น cd แทบจะไม่ต้องเปิด volumn ดังเลย เสียงที่อัดมาดังใชัได้ ถ้าเปิดฟังแล้วให้ repeat ทั้งอัลบั้ม ก็ฟังได้ทั้งวันเลยเพลินดี ยีิงเวลานั่งทำงานไปด้วยฟังไปด้วย เพลินครับ อย่างที่เขาบอกแหละครับ นอกจากอเมริกาแล้ว ผมเป็นคนแรกที่มีอัลบั้มนี้ ฮ่าๆ น่าอิจฉามะ นี่แหละครับผมว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างนึงของคนทำเพลงแบบ homemade หรือที่เรียกว่าเป็น homemade music studio ก็ถ้าใครอยากจะหามาลองฟังหรืออยากจะดำเนินรอยตามก็ตามอัธยาศัยครับ ผมเองคงต้องไปหัดทำเพลงเหมือนเขาบ้าง ได้แรงบันดาลใจแระ
ในวันนี้ปี 2010 เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่าเวบไซด์ที่เป็น social media อย่าง youtube และ vimeo กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้แต่ละบุคคลสามารถที่จะแสดงศักยภาพของตัวบุคคลนั้นๆออกมาสู่สาธารณะ อีกทั้งยังสามารถทำให้เกิดเป็นอาชีพหรือธุรกิจขั้นมาได้ ดังตัวอย่างเวบของ Carlton forrester หรือ Greyscalgorilla
ซึ่งเป็นคนที่ใช้ youtube หรือ vimeo ในการสร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งถ้าเราเข้าไปดูจะเห็นได้ว่า มีเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดี ถึงดีมาก ดังนั้นเราจะเห็นว่าผรั่งเขาเริ่มใช้วิธีการทำธุรกิจอยู่ที่บ้านกันแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากอีกหลายๆเวบไซต์ ซึ่งก็ต้องอาศัยระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี เท่าที่สังเกต นับว่าก็ต้องอดทนกันพอสมควร แต่อย่างน้อย เวบไซต์ที่กล่าวมา ก็เป็นแรงบันดาลใจในการทำเวบ jmaCHANNEL ขึ้นมา และก็หวังว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าก็จะเป็นเวบไซต์ที่เป็นได้เหมือนอย่างของฝรั่งเขาบ้าง และส่วนตัวก็คิดว่าก็คงมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นช่องทางแบบนี้และอยากที่จะทำธุรกิจออนไลน์แบบนี้บ้างและคงจะมีมากขึ้นมากขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า จากปี 2000-2010 เราได้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตแบบนี้ ก็อดนึกไม่ได้ว่าตั้งแต่ปี 2010-2020 จะมีเทคโนโลยีอะไรอีกที่จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของคนเรา…แต่เอ…หรือว่ามันจะจบลงแค่ปี 2012 อย่างที่เห็นในหนังกันแน่…ก็ต้องรอดูกันต่อไป