Posts Tagged ‘piano’

ขอเขียนถึงเด็กอัจฉริยะที่ชื่อ Emily Bear

Emily Bear เป็นเด็กอายุเพียง 6 ขวบที่สามารถเล่นเปียโนได้อย่างสุดยอดเห็นแล้วอึ้ง เป็นเด็กที่มีพรสววรค์จนคนทั่วไปบอกว่าเธออาจจะเป็น Mozart คนต่อไป เธอเริ่มหัดเล่นเปียโนจากคุณย่าจากนั้นแววความเป็นอัจฉริยะของเด็กคนนี้ก็ค่อยๆปรากฏต่อสายตาผู้คนจนตอนนี้แทบจะเป็นดาราตัวน้อยๆไปแล้ว เธอยังมีความสามารถในการแต่งเพลง โดยเธอแต่งไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,500 เพลง มี Sheet Music เพลงที่เธอแต่งวางขาย ออกอัลบั้มมาแล้วล่าสุดรวม 4 อัลบั้ม คือ ชุดแรก Five Years Wise ชุดที่สอง The love in Us ชุดที่ 3 Always True และชุดล่าสุด Once Upon A Wish ยังไงลองหาฟังกันดู แล้วคุณจะต้องบอกว่า ทึ่งจริงๆ เห็นแล้วจะมีเด็กไทยซักคนเป็นอย่างงี้มั่งป่าวเนี่ย อ้อ ใครที่อยากจะดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Emily Bear ก็มีทั้งเวบไซต์ และ Facebook ด้วยนะ แฟนคลับเยอะเชียวขอบอก งั้นขอจองเป็นแฟน (คลับ) ด้วยคนละอิอิ

เก่งไม่เก่งลองฟังเพลงนี้ดูสิ

แถมยังได้รับรางวัล Noble Awards ตอน 8 ขวบด้วยนะเนี่ยะ เก่งจริงๆหนูน้อยน่าปลื้มใจแทนวงศ์ตระกูลเนอะ

เมื่อกาแฟชั้นยอดกับครีมเทียมชั้นเยี่ยมมาเจอกัน

แหมเขียนหัวข้อซะน่าชงกาแฟมานั่งกินซักแก้วนึงเจงๆ ที่เขียนอย่างนั้นก็เพราะว่าพ่อนักเปียโนแจ๊ส2คนแห่ง youtubeที่มีผู้คนชื่นชอบบนโลกออนไลน์มากได้เดินทางมาโคจรกันและก็ได้มีโอกาสมาเล่นแจมร่วมกัน คนหนึ่งก็คือ lot2learn โพสวีดีโอมาเยอะเชียวแหละ สุดยอดฝีมือเลยแหละเปรียบเป็นเหมือนกับกาแฟชั้นดี กลิ่นหอมหวล จิบเฉยๆไม่ต้องปรุงแต่งใดๆก็สุดยอด กับอีกคนหนึ่ง 7notemode ตาคนนี้ก็เป็นอีกคนที่มีแฟนบน youtube ชื่นชอบเยอะ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบการเล่นของเขามานานแระ เปรียบเสมือนเป็นครีมเทียมที่มีความหอมมัน ดังนั้นเมื่อทั้งกาแฟชั้นดีมาเจอกับครีมเทียมชั้นยอด จึงออกมาเป็นรสชาติกาแฟที่สุดแสนจะบรรยายจริงๆ ไม่เชื่อลองไปชงกาแฟห่วยๆของตัวเองมาซักแก้วแล้วจิบไปนั่งฟังอีตาสองคนนี้เล่นดู แล้วจะรู้สึกว่ากาแฟห่วยๆอร่อยขึ้นมาเลยเชียวแหละ

Be Thou My Vision CD

จากที่โพสคราวที่แล้วเกี่ยวกับเวบของ carlton forrester พอดีก็ได้เข้าไปเห็นว่าเค้าออกรวมผลงานที่เล่นใน youtube กว่า 2ปี ขึ้นมาเป็นอัลบั้ม ประกอบกับชอบผลงานของเขาอยู่แล้วก็เลยอยากสนับสนุน จึงได้สั่งซื้อไปเมื่อวันที่ 22 พค.2553 ที่ผ่านมา และเมื่อวานนี้ cd ก็ได้มาถึงตู้จดหมายหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็ดีใจอยู่เหมือนกันเพราะ carlton forrester ได้ email มาแจ้งให้ทราบเรื่องของการสั่งซื้อ และบอกว่า ผมเป็นคนแรกที่เป็นลูกค้าต่างประเทศที่สั่งซื้อ cd กับเขา แหม ยอกันไปมาจริงๆ เอาเป็นว่าเรามาดูรูปกันหน่อยดีกว่า ว่า package ที่ส่งมาเป็นยังไงบ้าง

CDนั้นถูกแพคมาในซองกันกระแทกธรรมดา ซึ่งเมื่อเปิดออกมาจากรูปจะเห็นว่าตัวกล่องพลาสติดด้านหลังมีรอยแตกเล็กน้อย ก็คงเป็นผลมาจากการส่ง ซึ่งโดยรวมตัวปกนั้นเป็นกระดาษด้านๆ พิมพ์มาพอใช้ได้ (ว่าไปแล้วบ้านเราทำ packaging ได้ดีกว่าเยอะ) ตัวcd ก็เป็นแผ่นปั๊มมี screen หน้าเหมือนกับหน้าปก ภายในแผ่นก็มีทั่งหมด 10 เพลง หลังจากที่ได้ลองเปิดฟังก็ไม่ผิดหวังครับ ระบบเสียง ทำ mixและ mastering มาค่อนข้างดี เสียงเปียโนใสชัด แต่ค่อนข้างเสียงจะแข็งๆอยู่เหมือนกัน เมื่อเปิดเล่นกับเครื่องเล่น cd แทบจะไม่ต้องเปิด volumn ดังเลย เสียงที่อัดมาดังใชัได้ ถ้าเปิดฟังแล้วให้ repeat ทั้งอัลบั้ม ก็ฟังได้ทั้งวันเลยเพลินดี ยีิงเวลานั่งทำงานไปด้วยฟังไปด้วย เพลินครับ อย่างที่เขาบอกแหละครับ นอกจากอเมริกาแล้ว ผมเป็นคนแรกที่มีอัลบั้มนี้ ฮ่าๆ น่าอิจฉามะ นี่แหละครับผมว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างนึงของคนทำเพลงแบบ homemade หรือที่เรียกว่าเป็น homemade music studio ก็ถ้าใครอยากจะหามาลองฟังหรืออยากจะดำเนินรอยตามก็ตามอัธยาศัยครับ ผมเองคงต้องไปหัดทำเพลงเหมือนเขาบ้าง ได้แรงบันดาลใจแระ

อนุภาพของ youtube และ vimeo

ในวันนี้ปี 2010 เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่าเวบไซด์ที่เป็น social media อย่าง youtube และ vimeo กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้แต่ละบุคคลสามารถที่จะแสดงศักยภาพของตัวบุคคลนั้นๆออกมาสู่สาธารณะ อีกทั้งยังสามารถทำให้เกิดเป็นอาชีพหรือธุรกิจขั้นมาได้ ดังตัวอย่างเวบของ Carlton forrester หรือ Greyscalgorilla

ซึ่งเป็นคนที่ใช้ youtube หรือ vimeo ในการสร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งถ้าเราเข้าไปดูจะเห็นได้ว่า มีเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดี ถึงดีมาก ดังนั้นเราจะเห็นว่าผรั่งเขาเริ่มใช้วิธีการทำธุรกิจอยู่ที่บ้านกันแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากอีกหลายๆเวบไซต์ ซึ่งก็ต้องอาศัยระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี เท่าที่สังเกต นับว่าก็ต้องอดทนกันพอสมควร แต่อย่างน้อย เวบไซต์ที่กล่าวมา ก็เป็นแรงบันดาลใจในการทำเวบ jmaCHANNEL ขึ้นมา และก็หวังว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าก็จะเป็นเวบไซต์ที่เป็นได้เหมือนอย่างของฝรั่งเขาบ้าง และส่วนตัวก็คิดว่าก็คงมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นช่องทางแบบนี้และอยากที่จะทำธุรกิจออนไลน์แบบนี้บ้างและคงจะมีมากขึ้นมากขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า จากปี 2000-2010 เราได้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตแบบนี้ ก็อดนึกไม่ได้ว่าตั้งแต่ปี 2010-2020 จะมีเทคโนโลยีอะไรอีกที่จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของคนเรา…แต่เอ…หรือว่ามันจะจบลงแค่ปี 2012 อย่างที่เห็นในหนังกันแน่…ก็ต้องรอดูกันต่อไป

Return top